post tension และ precast คือระบบคอนกรีตอัดแรงภายหลัง โดยใช้ลวดเหล็กแรงดึงสูงหรือที่เรียกว่า tendon ฝังอยู่ภายในคอนกรีต เมื่อคอนกรีตได้กำลังตามที่กำหนดแล้วจึงทำการดึงลวดให้ตึงและยึดปลายลวดเข้ากับแผ่นเหล็ก ทำให้เกิดแรงอัดภายในแผ่นคอนกรีต ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ลดการแตกร้าว และเพิ่มช่วงพาดของพื้นหรือคานได้มากกว่าระบบคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป การใช้ post tension และ precast ช่วยลดความหนาของพื้น ทำให้โครงสร้างมีน้ำหนักเบาลง ส่งผลให้ลดขนาดเสาและฐานรากได้ ช่วยประหยัดต้นทุนวัสดุในระยะยาว อีกทั้งยังสามารถออกแบบพื้นที่ใช้งานให้โล่ง ไม่มีเสากลาง เหมาะกับอาคารสำนักงาน ลานจอดรถ และศูนย์การค้า
post tension และ precast ยังช่วยลดปัญหาการแตกร้าวของพื้น
- precast คือระบบการผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปจากโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นเสา คาน ผนัง พื้น หรือบันได จากนั้นจึงขนส่งไปติดตั้งหน้างาน ระบบนี้ช่วยควบคุมคุณภาพได้ดีกว่าการหล่อในที่
- เนื่องจากผลิตในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ ลดความคลาดเคลื่อน และลดปัญหาที่เกิดจากสภาพอากาศ จุดเด่นของระบบ precast ที่ตอบโจทย์โครงการยุคใหม่
- precast ช่วยลดระยะเวลาก่อสร้างอย่างมาก เพราะสามารถผลิตชิ้นส่วนไปพร้อมกับการเตรียมงานหน้างาน เมื่อถึงเวลาติดตั้งก็สามารถประกอบได้ทันที ช่วยลดแรงงาน ลดของเสีย และลดเสียงรบกวนในพื้นที่ก่อสร้าง เหมาะกับโครงการที่ต้องการความรวดเร็ว เช่น คอนโดมิเนียม อาคารพักอาศัย โรงงาน และคลังสินค้า
การผสาน post tension และ precast เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด โครงการก่อสร้างจำนวนมากเลือกใช้ post tension ควบคู่กับ precast เพื่อดึงข้อดีของทั้งสองระบบมาใช้งานร่วมกัน พื้น post tension สามารถใช้ร่วมกับผนังหรือคาน precast ได้อย่างลงตัว ช่วยให้โครงสร้างแข็งแรง ติดตั้งรวดเร็ว และควบคุมงบประมาณได้ง่ายขึ้น การผสานเทคโนโลยีทั้งสองยังช่วยลดปัญหาหน้างาน เพิ่มความแม่นยำในการก่อสร้าง และลดความเสี่ยงด้านคุณภาพในระยะยาว
เปรียบเทียบ post tension และ precast กับระบบก่อสร้างแบบดั้งเดิม
เมื่อเทียบกับคอนกรีตเสริมเหล็กหล่อในที่แบบดั้งเดิม post tension และ precast มีความได้เปรียบในหลายด้าน ทั้งเรื่องความแข็งแรงต่อหน่วยน้ำหนัก ระยะเวลาก่อสร้าง และความยืดหยุ่นในการออกแบบ แม้ต้นทุนเริ่มต้นอาจดูสูงกว่า แต่เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายตลอดอายุโครงการ จะพบว่าสามารถประหยัดได้มากกว่า ทั้งจากการลดวัสดุ ลดแรงงาน และลดค่าซ่อมบำรุงในอนาคต ปัญหาที่พบได้คือการออกแบบที่ไม่เหมาะสมหรือการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของโครงสร้าง แนวทางแก้ไขคือการเลือกทีมวิศวกรและผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ด้าน post tension
post tension และ precast ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของงานก่อสร้างที่ต้องการคุณภาพและความคุ้มค่า การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับลักษณะโครงการ จะช่วยให้โครงสร้างแข็งแรง ใช้งานได้ยาวนาน และตอบโจทย์การลงทุนในระยะยาว หากคุณกำลังมองหาระบบก่อสร้างที่ทันสมัย post tension และ precast คือคำตอบที่ช่วยยกระดับโครงการของคุณได้อย่างแท้จริง
คำถามที่พบบ่อยที่สุด
- post tension ต่างจากคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไปอย่างไร
ตอบ post tension ช่วยเพิ่มแรงอัดให้คอนกรีต ทำให้พื้นบางลง แข็งแรงขึ้น และแตกร้าวน้อยกว่าระบบทั่วไป - precast เหมาะกับโครงการประเภทใด
ตอบ precast เหมาะกับโครงการที่ต้องการความรวดเร็ว ควบคุมคุณภาพได้ดี เช่น คอนโด อาคาร โรงงาน และคลังสินค้า
สามารถใช้ post tension ร่วมกับ precast ได้หรือไม่
ตอบ สามารถใช้ร่วมกันได้ และช่วยเพิ่มความแข็งแรง ลดระยะเวลาก่อสร้าง และควบคุมต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.postprecast.co.th/ดูหน้า-40798-ระบบพื้นpost-tension.html